ข่าว: ภาษาไทยกับ iPhone กรกฎาคม 29, 2010, 06:52:24 AM
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
*

10 อันดับข่าวเด่นไอซีทีไทย ปี 51 ลาที ปีหมูขึ้นปีชวดอีกครั้ง
หน้า: [1]
  พิมพ์  

  10 อันดับข่าวเด่นไอซีทีไทย ปี 51 ลาที ปีหมูขึ้นปีชวดอีกครั้ง
ผู้เขียน ข้อความ
thaiiphone
Administrator
Newbie
*****
กระทู้: 23



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ธันวาคม 30, 2007, 07:48:14 PM »

อันดับ 1 สปิริต รมว.ไอซีที ลาออกก่อนพ้นอายุรัฐบาล

เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก นายสิทธิชัย โภไคยอุดม อดีตรัฐมนตรีไอซีที ที่ถือหุ้นในบริษัทเอกชนเกิน 5% โดยไม่แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. แต่ได้แสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งทันทีโดยไม่ลังเลเมื่อถูก ป.ป.ช. ตรวจสอบพบ รวมทั้งถูกสังคมตั้งคำถามถึงคุณธรรม จริยธรรมและความโปร่งใส

ขณะที่ในส่วนผลงานนั้น นึกทบทวนแล้วก็ไม่น้อยหน้ากว่ารัฐมนตรีคนไหนๆ ทั้งการริเริ่มแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์ มือถือเพื่อให้ถูกต้องตามกฏหมาย การดึงภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมกลับคืนมาให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ ทีโอที และการผลักดันให้พระราชบัญญัติว่า หรือ พ.ร.บ. ด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากนายสิทธิชัยลาออกจากตำแหน่ง รมว.ไอซีทีแล้ว งานบางอย่างของกระทรวงไอซีทีอาจจะสะดุดไปบ้าง เพราะว่างเว้นจากเจ้ากระทรวงตัวจริงเสียงจริง เพราะรัฐบาลได้มอบหมายให้นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุตสาหกรรม รักษาการ รมว.ไอซีที ควบอีกตำแหน่งหนึ่ง แต่ด้วยงานรับผิดชอบที่มากมายทำให้นายโฆษิตยังไม่เคยเข้าไปนั่งทำงานที่กระทรวงฯ เป็นกิจจะลักษณะ

อันดับ 2 ลูบคมไอซีที กม.คอมพ์ ถูกมือดีลองของ

หัวเราะไม่ได้ร้องให้ไม่ออก เพราะจะมีใครเชื่อบ้างว่า หลังจากเกิดกรณียูทิวป์ไม่นาน เพียงวันแรกที่พระราชบัญญัติว่า หรือ พ.ร.บ. ด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กฏหมายที่มีการยกร่างมายาวนาน โดยการผลักดันของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ กระทรวงไอซีที แต่เพิ่งจะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ ก็เจอมือดีลองของจนได้ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. เวลา 11.50 น. ที่เว็บไซต์ของกระทรวงไอซีที www.mict.go.th ถูกแฮกเกอร์นำภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รูปธงชาติและรูปของ พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกและอดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. ในขณะนั้น ไปแสดงไว้บนหน้าเว็บไซต์ประมาณ 20 นาที พร้อมด้วยข้อความว่า “เอา คมช. คืนไป เอาทักษิณคืนมา”

ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำดังกล่าว เหมือนกับต้องการท้าทาย พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ที่มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2550 หรือ ก่อนหน้านี้ เพียง 1 วัน โดยกฎหมายฉบับดังกล่าว มีบทลงโทษผู้ที่นำข้อความ หรือ รูปภาพที่หมิ่นประมาท และมีผลกระทบต่อความมั่นคง โดยเฉพาะการส่งต่ออีเมล์ที่มีข้อความหมิ่นประมาท และมีผลต่อความมั่นคง รวมถึงหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่หากจับได้มีบทลงโทษตั้งแต่ยึดและอายัดระบบคอมพิวเตอร์ สั่งปรับ หรือ ทั้งปรับและจำคุก แต่จนถึงวันนี้ เรื่องกลับเงียบหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ส่วนในภาพรวมทั่วไปของการบังคับใช้กฏหมายฉบับนี้ นอกจากการจัดสัมมนาของภาครัฐและเอกชนเพียงไม่กี่ครั้งแล้วดูจะไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมมากนักทั้งในแง่ของการนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ รวมทั้งการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปและหน่วยงานต่างๆ โดยสิ่งเดียวที่พอจะรับรู้ว่า มาจากผลพวงของกฏหมายนี้ คือ การที่ศาลมีคำสั่งให้ปิดเว็บไซต์ขายบริการทางเพศที่มีการนำวัด เจดีและพระพุทธรูปไปเป็นองค์ประกอบ

อันดับ 3 จากคลิปฉาว-แคมฟรอกถึงบล็อกเว็บไซต์ยูทิวป์ (4)

ในปี 2549 ถ้าสิ่งที่เขย่าวงการมากที่สุดเป็นเรื่องของคลิปวิดีโอทั้งการส่งต่อคลิปผ่านมือถือและเว็บไซต์ ก่อนปิดท้ายปีด้วยความบันเทิงอันน่าตระหนกของวัยรุ่นไทยผ่าน “แคมฟรอก” ที่มาใช้โชว์และชมการแสดงลามกอนาจารผ่านเว็บ ปีนี้ คงหนีไม่พ้นกรณีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที สั่งบล็อกเว็บไซต์ “ยูทิวป์ดอทคอม” ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 เม.ย. 2550 หลังจากปรากฏคลิปวิดีโอในลักษณะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างร้ายแรง และผู้ให้บริการเว็บไซต์นิ่งเฉยที่จะถอนคลิปดังกล่าว หลังกระทรวงไอซีทีได้ประสานงานไปแล้ว

เหตุการครั้งนั้น รมว.ไอซีที ระบุว่า กระทรวงไอซีทีอาศัยอำนาจตามประกาศคณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ คปค. ฉบับที่ 15 ที่ให้อำนาจกระทรวงไอซีทีปิดกั้นเว็บไซต์ยูทิวป์ดอทคอมไปจนกว่าจะมีการถอนคลิปวีดีโอในลักษณะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ขณะเดียวกันยังได้มีการประสานงานไปยังกระทรวงการต่างประเทศให้เจรจากับผู้ดูแลเว็บไซต์ยูทิวป์อีกครั้ง และประสานงานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อหาวิธีการเอาผิดกับผู้สร้างและเผยแพร่คลิปวีดีโอดังกล่าว แม้จะเป็นเรื่องที่ยากมากๆ เพราะยังไม่มีพระราชบัญญัติหรือ พ.ร.บ. ด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กฏหมายที่หวังใช้สำหรับจัดการเรื่องเหล่านี้ โดยตรง

อย่างไรก็ตาม การบล็อกเว็บไซต์ยูทิวป์ดอทคอมของกระทรวงไอซีทีกินเวลาต่อไปอีกสักระยะ เพราะหลังจากหลายหน่วยช่วยกันประสานงานและอธิบายทำความเข้าใจกับผู้ให้บริการเว็บไซต์ ประกอบกับ พ.ร.บ. ด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ มีผลบังคับใช้ ทำให้เหตุการดังกล่าว คลี่คลายลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่ในปัจจุบันก็ยังมีผู้ไม่หวังดีนำคลิปวิดีโอในลักษณะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปโพสต์เป็นระยะๆ แต่ผู้ให้บริการเว็บไซต์ก็ให้ความร่วมมือในการปิดกั้น โดยใช้วิธีการบล็อกเป็นรายคลิปๆ ไป

อันดับ 4 สื่อสังคมออนไลน์ จากหลากหลายมารวมเป็น 1

ตลอดปีที่ผ่านมา ชื่อของ ไฮไฟว์ (Hi5) มัลติพลาย (Multiply) หรือ มายสเปซ (Myspace) เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหลายคนรู้สึกสนุกที่จะถ่ายทอดเรื่องประทับใจ ประสบการณ์แปลกๆ หรือสาระความรู้ผ่านทางบล็อกส่วนตัวมากขึ้น แต่การจะให้คนบนโลกออนไลน์มาอ่านบล็อกของตัวเอง ก็ไมใช่เรื่องง่ายๆ หากไม่มีเพื่อนมากพอ ชื่อของไฮไฟว์ จึงได้รับความนิยมจากคนไทยมาก เพราะสามารถทำให้สมาชิกรู้จักันได้กว้างขวางจากเพื่อน ไปยังเพื่อนของเพื่อน ที่ชอบในสิ่งที่คล้ายๆ กัน ล่าสุดไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่มีสมาชิกไฮไฟว์มากที่สุดในโลก จนขณะนี้ ไฮไฟว์ภาษาไทยก็มีให้บริการแล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนไทยคงหลีกหนีสังคมออนไลน์ไปไม่พ้นแน่นอน และในปี 2551 จะมีเว็บไซต์บริการใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกมากมาย โดยเฉพาะคอนเทนท์ด้านความบันเทิง ที่ปีหน้าหลายๆ ค่ายเพลงกำหลังซุ่มพัฒนาระบบ เพื่อมาจับตลาดกลุ่ม Social Network เหล่านี้

อันดับ 5 แก้ กม.โทรคมฯ ท่าดีทีเหลว

ปี 2550 เป็นปีที่การแก้ไขกฏหมายด้านโทรคมนาคมดูจะได้รับความสนใจจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า กฏหมายเหล่านี้ มีผลต่อการขยายตัวของธุรกิจโทรคมนาคม รวมทั้งการเปิดรับเทคโนโลยีและบริการใหม่ๆ พอสมควร แต่เมื่อมาถึงวันนี้ ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า ทุกอย่างคงจะต้องพับเก็บไว้ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.องค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโรคมนาคม ฉบับแก้ไขตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เบื้องต้นทุกฝ่ายได้ช่วยกันเร่งผลักดันเพื่อให้แล้วเสร็จทันรัฐบาลชุดนี้

แต่ล่าสุด ร่าง พ.ร.บ.องค์การจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ที่มีสาระสำคัญอยู่ที่การเกิดขึ้นของ กสทช. หรือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เพื่อมาทำหน้าที่แทน กทช. หรือ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และ กสช. หรือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ ได้หยุดอยู่ที่ขั้นตอนการตรวจทานของคณะกรรมการกฤษฎีกา ยังไม่ทันแม้กระทั่งเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ที่เลิกพิจารณากฎหมายแล้ว

อันดับ 6 โครงการค้างอีกปี ภาระที่รอรัฐบาลใหม่มาสะสาง


เรื่องน่าสนใจที่สุดแห่งปี 2550 อีกเรื่องหนึ่ง คงหนีไม่พ้นอภิมหาโครงการลงทุนต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐที่หลายโครงการแม้จะเริ่มต้นดีและมีทีท่าว่าจะเสร็จในปีนี้ แม้จะเลยระยะเวลาที่กำหนดไว้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีทีท่าว่า จะเสร็จเอาง่ายๆ ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงข้อกังขาต่างๆ เกี่ยวกับระบบอี-อ็อคชั่นที่โปร่งใสจริงหรือไม่ และทุกวันนี้ ดูจะไม่มีใครใส่ใจมากนัก

โดยในจำนวนนี้ มีทั้งโครงการจัดซื้อบัตรประชาชนอเนกประสงค์ หรือสมาร์ทการ์ด ล็อตที่ 2 จำนวน 26 ล้านใบ มูลค่าเกือบพันล้านบาทของกระทรวงไอซีที ที่แม้จะจัดทำอี-อ็อคชั่นไปแล้ว และได้ผู้ชนะเป็นตัวเป็นต้น แต่ขณะนี้ เมื่อถึงกำหนดส่งมอบเอกชนกลับไม่สามารถดำเนินการตามสัญญาได้ ทำให้ดูท่าว่าจะกลายมาเป็นปัญหาอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมา

ยังไม่หมดแค่นี้ นอกจากโครงการค้างปีของกระทรวงไอซีทีแล้ว ทั้งทีโอทีและกสท ก็ไม่ยอมน้อยหน้า โดยในส่วนของทีโอทียังมีโครงการขยายโทรศัพท์ 5.6 แสนเลขหมาย อภิมหาโครงการคางปีที่เลยกำหนดส่งมอบมาตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. 2549 แต่ ล่าสุด ผู้บริหารทีโอทีเพิ่งเปิดเผยว่า ในแง่ความสมบูรณของโครงการคืบหน้าไปกว่า 90% แล้ว ขณะที่ในส่วนของ กสท ก็ไม่พ้นโครงการขยายโทรศัพท์มือถือระบบซีดีเอ็มเอในส่วนภูมิภาคที่ยังวุ่นวายอยู่กับการตรวจรับโครงการ สเปก การปรับเงินผู้รับผิดชอบโครงการที่ส่งมอบงานไม่ทันทันตามกำหนด ตลอดจนเรื่องการทำการตลาดที่ดูนุงนังไปหมด

อันดับ 7 ปี 2550 ธุรกิจไอทีไทยเงียบ-โทรคมนาคมหงอย


ถือเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วหลังมีการปฏิรูปทางการเมือง 19 ก.ย.2549 จนส่งผลมาถึงปี 2550 ที่คิดว่าจะเป็นปีหมูทองก็หลายเป็นปีหมูหงอยไปพักใหญ่ เนื่องจากโครงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ชะลอการตัดสินใจออกไปจากช่วงต้นปี มาเป็นช่วงปลายปี ส่งผลให้บริษัทด้านไอทีที่จับตลาดภาครัฐถึงกับงานหายกำไรหดเป็นแถว ส่วนหลายๆ ขณะที่ด้านตลาดคอนซูมเมอร์เอง แม้จะมีงานแสดงสินค้าไอที มาช่วยกระตุ้นตลาดเกือบทั้งปี แต่ยอดขายก็ดูเหมือนจะไม่วิ่งเหมือนปลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้บริโภคส่วนหนึ่งยังไม่ตัดสินใจใช้จ่ายช่วงต้นปี และกลางปี แต่ขอรอดูผลการเลือกตั้ง 23 ธ.ค.2550 ก่อน ส่วนด้านโทรคมนาคม และค่ายมือถือเองก็เงียบเหงาไม่มีอะไรใหม่ๆ ออกมาให้ตื่นเต้น เนื่องจากปัญหาสัญญาสัมปทานที่ยังค้างคากันอยู่ ส่วน มือถือ 3G ที่ว่าจะเกิดก็ไม่ได้เกิด แม้แต่งานไอซีที เอ็กซ์โป 2007 ที่ควบมาจัดกับงานไทยแลนด์แอนิเมชั่นแอนด์มัลติมีเดีย หรือ แทม 2007 ก็ยังเข็นกันไม่ขึ้นกอดคอกันวูบ จนต้องขายน้ำพริก ขายกาแฟ แจกไอศกรีมกินกันในงานดีกว่า เพราะแต่ละค่ายก็ไม่รู้จะเอาอะไรใหม่ๆ ออกมาอวดกันดี

อันดับ 8 คอมพิวเตอร์ราคาประหยัดที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้

จากแนวคิดของรัฐบาลที่แล้วที่ต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียน เอาไว้ใช้ท่องอินเทอร์เน็ต และดาวน์โหลดหนังสืออีบุ๊คมาอ่าน ในชี่อ “โน้ตบุ๊ค 100 เหรียญ” หรือ (OLPC: One Laptop per Child) แต่สุดท้ายโครงการก็เป็นแท้งไป เพราะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รวมถึงคุณสมบัติทางเทคนิคที่ยังไม่นาพอใจ อย่างไรก็ตามด้วยแนวคิดนี้ก็ยังไม่ตายจากไปเมื่อ อัสซุส อีพีซี (Eee PC) ปรากฎโฉมเมื่อไม่นานมานี้ ถือเป็นการเปิดตลาดใหม่สำหรับโน้ตบุ๊คขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ราคาถูก เนื่องจากไม่มีฮาร์ดดิสก์ในตัว แต่ราคาจะสูงขึ้นมาอีก 100 เหรียญเป็น 199 เหรียญ หรือประมาณ 12,900 บาท สำหรับผู้บริโภคทั่วไป ล่าสุดทางอินเทลก็เริ่มโครงการทดลองนำ OLPC ไปใช้ในการเรียนการสอนก็ได้ผลตอบรับที่ดี เชื่อว่าจะเป็นเครื่องมืออีกชิ้นที่จะเปลี่ยนรูปแบบการเรียนที่แสนจำเจ ให้สนุกตื่นเต้นมากขึ้น เช่นเดียวกับคนทั่วไปก็จะมีทางเลือกมากขึ้นคอมพิวเตอร์ราคาถูกใช้งาน

อันดับ 9 ผู้บริหารด้านไอทีหน้าเก่าไปหน้าใหม่มา

ทุกๆ ปีจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารระดับสูงในวงการไอซีทีเมืองไทย ทั้งหน่วยงานภาครัฐและบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ เริ่มจาก สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า ที่มีมติฟ้าฝ่ากลางแยกหลักสี่ ปลดนายอาวุธ พลอยส่องแสง ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการกลางอากาศ ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งให้นายรุ่งเรื่อง ลิ้มชูปฏิภาณ์ มาเป็นว่าที่ ผอ.แทนเริ่มทำงานกันปี ม.ค.2551 ต่อมา คือการอำลาตำแหน่งบิ๊กบอส ไมโครซอฟท์เมืองไทย นายแอนดรูว์ แม็คบีน ที่กระโดดข้ามย้ายมานั่งเก้าอี้ผู้บริหารร่วม Feel Good กับทางค่ายมือถือดีแทค ขณะที่ ค่ายไมโครซอฟท์ก็ได้ผู้บริหารสาวเก่ง น.ส.ปัทมา จันทรักษ์ มาเป็นเอ็มดีคนใหม่ ขณะที่ ซัน ไมโครซิสเต็มฯ ก็มีนางรัมภา มนูญศิลป์ มาเป็นเอ็มดีหญิงคนใหม่ ส่วน ค่ายเอไอเอส ก็มีการปรับองค์กรครั้งใหญ่ดันผู้บริหารทั้งนายวิเชียร เมฆตระการ และนายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ขึ้นแท่นเป็นหัวเรือหลัก ดด้านผู้หญิงเก่งแห่งวงการไอที นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ แห่งไอบีเอ็ม ก็ขยับขึ้นไปดูแลงานใหญ่ระดับภูมิภาค และได้นายธันวา เลาหศิริวงศ์ ขึ้นมาเป็นเอ็มดีคนใหม่เช่นกัน สุดท้ายก็เหลือแค่ลุ้นว่าใครจะมานั่งเกาอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที เพื่อเดินหน้าผลักดันโครงการต่างๆต่อไป

อันดับ 10 ปรากฏการณ์ ไอโฟน ฟีเวอร์

ถือเป็นผลิตภัณฑ์ไอทีที่มีกระแสแรงมาตั้งแต่ยังไม่ออกขาย สำหรับ โทรศัพท์มือถือจากค่ายแอปเปิ้ล “ไอโฟน” (iPhone) ที่เมื่อได้ฤกษ์วางขายจริงเมื่อเดือน มิ.ย.2550 ที่ผ่านมา มีคนทั่วโลกต้องการเป็นเข้าของมือถือสุดไฮเทคที่เป็นได้ทั้งมือถือ กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต พีดีเอ และไอพ็อดวิดีโอ ในราคาเริ่มต้นเมื่อขายครั้งแรก 599 เหรียญสหรัฐ แต่ต่อมาทางแอปเปิ้ลตัดสินใจลดราคาลงมา 100 เหรียญ ทำให้ค่าตัวไอโฟนถูกลงกว่าเดิม โดยวางจำหน่ายในช่วงแรกที่สหรัฐเมริกา และไม่นานมานี้ที่ประเทศอังกฤษ ส่วนฝรั่งเศสจะเป็นคิวต่อไป ส่วนประเทศไทยจะวางขายแบบเป็นทางการประมาณเดือน มี.ค.ปี 2551 อย่างไรก็ตาม ก็มีคนไทยที่ใจร้อนอยากได้มาใช้งานก่อน ก็ทำให้เกิดธุรกิจหิ้วเครื่องไอโฟนที่ปลดล็อกแล้วมาจำหน่ายกันมากมาย เชื่อว่า ขณะนี้มีไอโฟนในเมืองไทยกว่า 50,000 เครื่อง แม้ราคาจะมากกว่า 20,000 บาทก็ยังมีคนยอมจ่าย เชื่อว่าปีหน้าก็คงแรงต่อไปแบบไม่หยุด...
บันทึกการเข้า
madhuka
Newbie
*
กระทู้: 3


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2009, 05:17:27 AM »

ซีทีแล้ว งานบางอย่างของกระทรวงไอซีทีอาจจะสะดุดไปบ้าง เพราะว่างเว้นจากเจ้ากระทรวงตัวจริงเสียงจริง เพราะรัฐบาลได้มอบหมายให้นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุตสาหกรรม รักษาการ รมว.ไอซีที ควบอีกตำแหน่งหนึ่ง แต่ด้วยงานรับผิดชอบที่มากมายทำให้นายโฆษิตยังไม่เคยเข้าไปนั่งทำงานที่กระทรวงฯ เป็นกิจจะลักษณะ
_________________
Desktop Girls
vibrators for women

บันทึกการเข้า
kazama
Newbie
*
กระทู้: 11


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 16, 2010, 11:44:41 PM »

 ขยิบตา
บันทึกการเข้า

เรารักในหลวง by ielts : เรียน ielts : Piccadilly : กลึง : Medical Screw

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 

กระโดดไป: